ซือจื่อ

สุนัขสายพันธุ์ชั้นสูง ซือจื่อ เช่นเดียวกับพวกสุนัขพันธุ์ปั๊ก ที่เป็นของกำนัลให้กับจักรพรรณจีน

ซือจื่อ ชื่อของสุนัขพันธุ์หนึ่งที่มีความหมายว่า สุนัขสิงโต และยังเป็นสุนัขในสายพันธุ์ชั้นสูงอีกด้วย เป็นสุนัขที่หรูหราที่สุดจากจีน โดยสุนัขพันธุ์นี้เป็นที่รู้จักนอกอาณาจักรจีนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1903

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ** * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ซือจื่อ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ** * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เป็นสุนัขที่มีมาประมาณหนึ่งพันปีที่แล้ว โดยมีหลักฐานยืนยันว่า สุนัขชนิดนี้ได้กำเนิดมาในอดีตคือ การขุดพบสิ้นส่วยกระดูกของ สุนัขพันธุ์ ซือจื่อ และได้คาดการว่าเป็นสุนัขที่ลักษณะคล้ายกับหมาป่า โดยไม่มีหลักฐานอย่างอื่นที่แน่ชัดแต่มีการระบุไว้ว่า เป็นสุนัขที่เกี่ยวข้องกับ ศาสนา ในสมัยก่อนเชื่อว่าเป็นสุนัขที่ศักดิ์สิทธิ์และจะนำโชคให้กับเจ้าของเพราะว่ามีลักษณะคล้ายกับสิงโตนั้นเอง

ลักษณะของ จือซื่อ
เป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็ก และยังมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว เนื่องจากขนของมันที่ยาวปกคลุมตั้งแต่ลำตัวจรดพื้น ทำให้เป็นที่สังเกตได้ง่ายว่า เป็นสุนัขสายพันธุอะไร มีขนาดความยาวลำตัวมากกว่าความสูง กว้าง เส้นกลางตรงซึ่งแตกต่างกับสุนัขสายพันธุ์อื่น

ส่วนศีรษะมีลักษณะกว้างกลม จมูกและปากสั้นยาวแต่จะไม่เกิน 1 นิ้วบริเวณหน้าไม่มีรอยย่นเพราะมีขนยาวที่ปกคลุดจรดพื้น ตามีลักษณะกลมโต ตาไม่ยื่นโปนออกมาเหมือนสุนัขพันธุ์ชิวาว่า หูมีขนาดใหญ่และยาวลงทั้ง 2 ข้าง ฟันหน้าบนและล่างขบกันพอดี แต่ที่ในปัจจุบันพบว่าเป็นสัตว์ที่มีฟันยื่นนั้นเกิดจาก การผสมเข้ากับสายพันธุ์อื่น หางม้วนวางพาดอยู่บนแผ่นหลังและขนยาวปรกคลุม

ซือจื่อ มีได้หลายสี ตั้งแต่ สีขาว ดำ เทา น้ำตาล และเทาแกมแดง 2 – 3 สี และมักมีมาร์คเป็นสีขาว บริเวณใบหน้า ไหล่และ สะโพก

อายุ
สุนัขสายพันธุ์ซือจื่อ ถือว่าเป็นสุนัขที่มีอายุยืนยาวกว่าสุนัขหลายสายพันธุ์ อยู่ที่ระหว่าง 15-18 ปี

การดูแล
ถ้าหากซื้อมา ควรหลังจากที่สุนัขหย่านมแล้วประมาณสักสองเดือน เพราะน้ำนมของแม่สุนัขนั้นจะทำให้ร่างกายของน้องหมาแรกเกิดแข็งแรง ไม่ควรขังน้องไว้ในกรงเพราะอาจจะเกิดให้เขารู้สึกว่าอึดอัด และอาจจะทำให้เขาเป็นโรคซึมเศร้าได้ ควรนำน้องหมาเดินออกนอกบ้านเพื่อให้น้องปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมรอบตัว

เนื่องจากเป็นสัตว์ที่ไวต่ออาหารมาก อาหารบ้างชนิดอาจจะส่งผลข้างเคียง เช่น ตาแห้ง อึแข็ง และขนที่หยาบไม่สลวย เราควรเลือกอาหารที่มีคุณภาพและมีประโยชน์กับสุนัขด้วย การให้อาหารควรให้ประมาณ สองเวลา ไม่ฉะนั้นน้องอาจจะมีน้ำหนักตัวที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน และทำให้ป่วยได้

Credit GCLUB

Related Post