ภาพของเจ้าเหมียวที่กำลังหลับตาพริ้มส่งเสียงครางครืดๆ อย่างมีความสุข พร้อมกับมีน้ำลายไหลซึมออกมาเล็กน้อยอาจเป็นภาพที่น่ารักและคุ้นเคยสำหรับทาสแมวหลายคน เพราะมันมักเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความพึงพอใจและความผ่อนคลาย แต่เมื่ออาการน้ำลายไหลนั้นเริ่มมากขึ้นผิดปกติ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตอนมีความสุขเท่านั้น และกลายเป็นอาการที่ไหลย้อยออกมาอย่างต่อเนื่องจนเปื้อนบริเวณคางและหน้าอกของแมว นั่นไม่ใช่เรื่องปกติอีกต่อไป แมวน้ำลายไหลมากผิดปกติ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า ptyalism ไม่ใช่โรค

แต่เป็นอาการที่บ่งชี้ว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ซึ่งสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังนั้นมีตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างอาการเจ็บปวดในช่องปาก ไปจนถึงโรคร้ายแรงที่อาจถึงแก่ชีวิตได้ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่เป็นไปได้ของอาการนี้ และไขข้อสงสัยว่าอาการน้ำลายไหลสามารถเชื่อมโยงกับปัญหาในอวัยวะสำคัญอย่างตับได้อย่างไร


เมื่อน้ำลายไม่ได้มาจากความสุข: การแยกแยะอาการน้ำลายไหลผิดปกติในแมว

ก่อนอื่น สิ่งสำคัญคือการแยกแยะระหว่างอาการน้ำลายไหลตามปกติกับอาการที่ผิดปกติ อาการน้ำลายไหลตามปกติมักเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่แมวรู้สึกมีความสุขมากๆ เช่น ตอนที่กำลังถูกนวด ถูกเกา หรือกำลังดูดผ้าห่ม อาการเหล่านี้มักจะเป็นเพียงน้ำลายที่ซึมออกมาเล็กน้อยและหยุดลงเมื่อแมวเปลี่ยนอิริยาบถ แต่สำหรับอาการที่ผิดปกติ จะมีลักษณะดังนี้:

  • ปริมาณที่มากเกินไป: น้ำลายจะไหลออกมาอย่างต่อเนื่องจนสังเกตเห็นได้ชัดว่าบริเวณใต้คางหรือหน้าอกเปียกชื้นตลอดเวลา
  • การไหลที่ไม่สัมพันธ์กับสถานการณ์: น้ำลายไหลตลอดเวลาไม่ว่าแมวจะอยู่ในท่าทางใด หรือไม่ว่ามันจะแสดงอาการมีความสุขหรือไม่ก็ตาม
  • มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย: เช่น มีกลิ่นปากเหม็น เบื่ออาหาร มีอาการอาเจียน หรือมีก้อนขนในช่องปาก

หากคุณสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอื่นๆ นั่นเป็นสัญญาณที่ต้องรีบหาต้นตอและไม่ควรละเลยโดยเด็ดขาด


ปัญหาที่ช่องปาก: สาเหตุยอดนิยมที่เจ้าของมักมองข้าม

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการ แมวมีน้ำลายไหลมากผิดปกติ คือปัญหาที่เกิดขึ้นในช่องปาก อาการปวดหรือระคายเคืองในช่องปากจะไปกระตุ้นต่อมน้ำลายให้ผลิตน้ำลายออกมาเพื่อลดอาการระคายเคืองหรือเพื่อพยายามชะล้างสิ่งแปลกปลอมออกไป ปัญหาเหล่านี้อาจรวมถึง:

  • โรคเหงือกและฟัน: การสะสมของหินปูนที่มากเกินไปจะทำให้เกิดการอักเสบของเหงือก (Gingivitis) หรือร้ายแรงกว่านั้นคือการติดเชื้อในฟัน (Stomatitis) ซึ่งเป็นสาเหตุของความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ทำให้แมวมีน้ำลายไหลเพื่อพยายามบรรเทาอาการ
  • การบาดเจ็บในช่องปาก: การกินหรือเคี้ยวสิ่งของแข็งๆ อาจทำให้ฟันหัก หรือมีแผลในกระพุ้งแก้มและลิ้น การติดเชื้อที่เกิดขึ้นจากแผลเหล่านี้จะทำให้เกิดอาการปวดและน้ำลายไหลไม่หยุด
  • สิ่งแปลกปลอม: การที่แมวเคี้ยวหรือกลืนสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในปาก เช่น เศษกระดูก เศษพลาสติก หรือแม้กระทั่งเส้นด้าย อาจทำให้สิ่งของนั้นไปติดอยู่ที่เพดานปากหรือใต้ลิ้น ทำให้เกิดอาการระคายเคืองอย่างรุนแรงและน้ำลายไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง

อาการเหล่านี้เป็นสิ่งที่เจ้าของสามารถสังเกตเห็นได้จากการตรวจดูช่องปากของแมวด้วยตัวเองเบื้องต้น แต่ก็ควรให้สัตวแพทย์เป็นผู้ตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง


สัญญาณเตือนจากภายใน: เมื่อน้ำลายไหลบ่งชี้ถึงโรคตับหรือไตที่รุนแรง

นี่คือสาเหตุที่น่ากังวลที่สุดและเป็นคำตอบสำหรับคำถามที่ว่าน้ำลายไหลผิดปกติเกี่ยวข้องกับโรคตับหรือไตอย่างไร ในแมวที่มีภาวะอวัยวะภายในล้มเหลว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคไตวายเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease) และ โรคตับ ร่างกายจะไม่สามารถกำจัดของเสียและสารพิษออกจากกระแสเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ สารพิษเหล่านี้จะเริ่มสะสมในร่างกายและส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่างๆ รวมทั้งระบบประสาทและเยื่อบุในช่องปาก

เมื่อสารพิษสะสมมากขึ้น มันจะไปกระตุ้นเยื่อบุผิวในช่องปากให้เกิดการอักเสบและเป็นแผล (ulcers) ทำให้แมวรู้สึกระคายเคืองและเจ็บปวดอย่างรุนแรง ซึ่งร่างกายจะตอบสนองด้วยการผลิตน้ำลายออกมาในปริมาณที่มากเกินไปเพื่อพยายามบรรเทาอาการ นอกจากอาการน้ำลายไหลแล้ว แมวที่มีภาวะอวัยวะภายในล้มเหลวมักจะแสดงอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อาเจียน หรือมีอาการชักในกรณีที่รุนแรง การที่ แมวมีน้ำลายไหลมากผิดปกติ ร่วมกับอาการเหล่านี้จึงเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากสัตวแพทย์อย่างเร่งด่วน


สาเหตุอื่นๆ ที่ต้องระวัง: จากการกินสารพิษจนถึงภาวะฉุกเฉิน

นอกจากปัญหาในช่องปากและอวัยวะภายในแล้ว อาการน้ำลายไหลผิดปกติในแมวอาจมาจากสาเหตุอื่นๆ ที่เจ้าของควรเฝ้าระวัง เช่น:

  • การได้รับสารพิษ: แมวเป็นสัตว์ที่อยากรู้อยากเห็นและอาจกินหรือเลียสิ่งของที่เป็นพิษเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ เช่น สารเคมีทำความสะอาด ยาฆ่าแมลง หรือพืชบางชนิด เช่น ดอกลิลลี่ ซึ่งเป็นพิษร้ายแรงต่อไตของแมว การได้รับสารพิษจะทำให้เกิดอาการอาเจียน น้ำลายไหลมากผิดปกติ และอาการอื่นๆ ที่ต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที
  • ภาวะคลื่นไส้อาเจียน: อาการคลื่นไส้ไม่ว่าจากสาเหตุใดก็ตาม เช่น โรคกระเพาะ การเมาจากการเดินทาง หรือปัญหาเกี่ยวกับหูชั้นใน มักจะมาพร้อมกับน้ำลายไหลมากผิดปกติได้เช่นกัน
  • โรคอื่นๆ: การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หรือการมีเนื้องอกในช่องปากก็สามารถทำให้เกิดอาการนี้ได้ ซึ่งต้องอาศัยการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดจากผู้เชี่ยวชาญ

สรุป

การ แมวมีน้ำลายไหลมากผิดปกติ เป็นอาการที่เจ้าของไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องเล็กน้อย แต่เป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายที่อาจบ่งชี้ถึงปัญหาทางสุขภาพที่ซ่อนอยู่ ตั้งแต่ปัญหาในช่องปากที่อาจแก้ไขได้ไม่ยาก ไปจนถึงโรคร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะภายใน เช่น โรคตับและไต การให้ความสนใจในอาการเล็กๆ น้อยๆ และพาแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันและรักษาโรคได้อย่างทันท่วงที การสังเกตอย่างใส่ใจคือสิ่งที่จะช่วยให้เราสามารถมอบการดูแลที่ดีที่สุดให้กับเพื่อนรักสี่ขาของเราได้

credit : ฝากขั้นต่ำ50บาท 
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

Back To Top

M88