เมื่อพูดถึง “ความดันโลหิตสูง” หรือ Hypertension หลายคนอาจนึกถึงโรคที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ แต่ความจริงแล้วภาวะนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในคนเท่านั้น เพื่อนรักสี่ขาของเราก็สามารถป่วยด้วยโรคนี้ได้เช่นกัน และที่น่ากังวลคือ ความดันโลหิตสูงในสุนัข มักถูกเรียกว่า “โรคเงียบ” เพราะในระยะแรกมักไม่แสดงอาการที่ชัดเจน ทำให้เจ้าของส่วนใหญ่ไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติ จนกระทั่งโรคดำเนินไปถึงขั้นรุนแรงและก่อให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะสำคัญต่างๆ ของร่างกายแล้ว อาการที่ปรากฏจึงเป็นสัญญาณของอันตรายที่ไม่อาจแก้ไขได้ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงอันตรายของภาวะนี้ สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้สุนัขเป็นโรคความดันโลหิตสูง อาการที่ต้องเฝ้าระวัง และความสำคัญของการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อปกป้องเพื่อนรักของเราจากภัยเงียบนี้

ความดันโลหิตสูงในสุนัข คือภัยเงียบที่เจ้าของมักมองข้าม บทความนี้จะเจาะลึกถึงสาเหตุ อาการที่ต้องเฝ้าระวัง และความสำคัญของการตรวจสุขภาพประจำปี

ทำความรู้จัก “ความดันโลหิตสูง” ในสุนัข: ภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในร่างกายเพื่อนรัก

ความดันโลหิตสูงในสุนัข คือภาวะที่แรงดันของเลือดที่ไหลเวียนผ่านหลอดเลือดแดงมีค่าสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด และส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อผนังหลอดเลือดและอวัยวะสำคัญที่รับเลือดไปหล่อเลี้ยง เช่น ดวงตา สมอง หัวใจ และไต ซึ่งแตกต่างจากในมนุษย์ที่มักจะพบภาวะความดันโลหิตสูงแบบปฐมภูมิ (Primary Hypertension) ที่ไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่ในสุนัขนั้นเกือบ 100% ของภาวะความดันโลหิตสูงจะเป็นแบบทุติยภูมิ (Secondary Hypertension) ซึ่งหมายความว่ามันเป็นผลมาจากโรคอื่นๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกาย และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ภาวะนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะเมื่อตรวจพบความดันโลหิตสูงในสุนัข นั่นหมายความว่าเจ้าของจะต้องค้นหาและรักษาโรคต้นเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้ให้ได้


จากโรคไตถึงเบาหวาน: สาเหตุหลักที่นำไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูง

การทำความเข้าใจถึงโรคที่เป็นต้นเหตุของภาวะ สุนัขความดันโลหิตสูง เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เจ้าของสามารถเฝ้าระวังได้อย่างถูกจุด โรคที่พบบ่อยที่สุดและมีความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับภาวะนี้คือ “โรคไต” โดยเฉพาะในสุนัขสูงอายุ เมื่อไตเริ่มทำงานได้ไม่เต็มที่ ความสามารถในการควบคุมสมดุลของเหลวและเกลือแร่ในร่างกายก็จะลดลง ทำให้ร่างกายไม่สามารถขับของเสียออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปริมาณของเหลวในร่างกายเพิ่มขึ้น และนำไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูงในที่สุด ดังนั้นการที่สุนัขมีภาวะความดันโลหิตสูงจึงมักจะเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญว่าสุนัขอาจกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับไต

นอกจากโรคไตแล้ว ยังมีโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบต่อมไร้ท่อและระบบเผาผลาญที่สามารถเป็นสาเหตุของภาวะความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน

  • โรคคุชชิง (Cushing’s Disease): เป็นภาวะที่ต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลมากเกินไป ฮอร์โมนชนิดนี้ส่งผลโดยตรงต่อระดับความดันโลหิต ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มีภาวะความดันโลหิตสูงร่วมด้วย
  • ภาวะพร่องไทรอยด์ (Hypothyroidism): เป็นภาวะที่ต่อมไทรอยด์ทำงานได้น้อยลง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราการเต้นของหัวใจและการเผาผลาญในร่างกาย และอาจเป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูงได้ในบางกรณี
  • โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus): ในระยะยาว ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไปสามารถทำลายหลอดเลือดทั่วร่างกาย ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นลดลงและส่งผลให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงตามมา

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย: เมื่อความเงียบถูกทำลายด้วยอาการที่อันตราย

ความอันตรายของ สุนัขความดันโลหิตสูง อยู่ตรงที่มันจะดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอวัยวะต่างๆ เริ่มปรากฏให้เห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของดวงตาและสมอง อาการที่ชัดเจนที่สุดที่เจ้าของจะสังเกตเห็นได้คือการสูญเสียการมองเห็นอย่างกะทันหัน ซึ่งเกิดจากการที่ความดันโลหิตที่สูงจัดไปทำลายเส้นเลือดและทำให้จอประสาทตาหลุดลอก (Retinal Detachment) เจ้าของอาจจะเห็นสุนัขชนสิ่งของ เดินเซ หรือมีรูม่านตาขยายใหญ่ผิดปกติ

นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นๆ ที่บ่งชี้ถึงอันตรายจากภาวะความดันโลหิตสูงที่รุนแรง

  • อาการทางระบบประสาท: ความดันโลหิตที่สูงมากสามารถทำให้เกิดอาการชัก เดินเซ หรือสับสนมึนงงได้ ซึ่งบ่งชี้ว่าเส้นเลือดในสมองได้รับความเสียหาย
  • อาการทางระบบหัวใจและหลอดเลือด: การที่หัวใจต้องทำงานหนักเพื่อเอาชนะแรงดันของเลือดในหลอดเลือด อาจทำให้เกิดอาการเลือดกำเดาไหล หายใจลำบาก หรือมีเสียงฟู่ของหัวใจ (Heart Murmur)
  • อาการที่เกี่ยวข้องกับไต: เนื่องจากโรคไตเป็นสาเหตุหลัก เจ้าของอาจจะสังเกตเห็นอาการกระหายน้ำและปัสสาวะบ่อยขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณของไตที่เริ่มทำงานล้มเหลว

การวินิจฉัยและการรักษา: ก้าวสำคัญสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

การตรวจวินิจฉัยภาวะ ความดันโลหิตสูงในสุนัข นั้นทำได้ง่ายและไม่ซับซ้อนคล้ายคลึงกับการวัดความดันของมนุษย์ โดยสัตวแพทย์จะใช้เครื่องวัดความดันโลหิตที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะใช้ร่วมกับเครื่องดอปเปลอร์ (Doppler Ultrasound) เพื่อวัดค่าความดันจากบริเวณเท้าหรือหาง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่รวดเร็วและไม่ทำให้สุนัขเจ็บปวด

เมื่อได้รับการวินิจฉัยแล้ว การรักษาจะมุ่งเน้นไปที่การรักษาโรคที่เป็นต้นเหตุของภาวะความดันโลหิตสูง เช่น หากเกิดจากโรคไต สัตวแพทย์ก็จะรักษาโรคไตเป็นหลัก และอาจมีการจ่ายยาลดความดันโลหิตเพิ่มเติมเพื่อควบคุมระดับความดันให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย ซึ่งการรักษาและควบคุมโรคที่เป็นต้นเหตุอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ระดับความดันโลหิตกลับมาเป็นปกติได้ในที่สุด ที่สำคัญคือการรักษาต้องเป็นการควบคุมในระยะยาว โดยเจ้าของต้องพาสุนัขไปตรวจติดตามผลเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

สรุป

ความดันโลหิตสูงในสุนัข คือโรคที่อันตรายและควรได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายถึงความผิดปกติของอวัยวะภายใน การสังเกตอาการที่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติ และการพาสุนัขไปตรวจสุขภาพประจำปีจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่เจ้าของจะมอบให้แก่สุนัขได้ การตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำสำหรับสุนัขที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป หรือสุนัขที่มีโรคประจำตัว ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้สัตวแพทย์สามารถวินิจฉัยและทำการรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่อาการจะดำเนินไปถึงขั้นที่สายเกินแก้ และทำให้เพื่อนรักของเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีและอยู่เคียงข้างเราไปได้อีกนาน

credit : แทงบอลออนไลน์

Back To Top

M88